
แม่เคยสอนก่อนนอนตอนจะหลับ ว่าเคล็ดลับการดูหญิงพึ่งพิงหนาให้เปรียบเทียบผู้หญิงกับพวงผกา ท่านบอกว่ามาลาศรีมีสี่พันธุ์ พันธุ์หนึ่งหอมหวนรัญจวนจิต เทพนิมิตสถิตทรงพงศ์กล่าวขานผลิดอกช่อแต่งแต้มแย้มตระการ เด่นตระหง่านเชิดพงศ์วงษ์ตระกูล พันธุ์สองรูปอัปลักษณ์ไร้รอยสวย เปื้อนไปด้วยสีสันอันสถุลแต่บุปผาชาติอิ่มอ่อมหอมละมุน กายเปื้อนฝุ่นซ่อนรูปในเลื่อมลายวรรณ พันธุ์สามสวยงามศิลป์ทรามวัย มองมุมใดสดซึ้งเสกประเจกสรรค์กลิ่นเหม็นคลุ้งตรงข้ามดอกตระการ รอคืนวันร่วงโรยวัยไปตามกาล
พันธุ์สี่ทรามสรรพอัปลักษณ์ ช่อจมปลักโคลนตรมผสมผสานร่วงโรยรากลีบแก้มยามแย้มบาน กลิ่นประจานเหม็นกลั้วทั่ววงศ์วาน สตรีนางหนึ่งนั้นหนาจงจำจดบุพบทไว้ให้คิดวิทยาทานจงเลือกดอกไม้งามตามต้องการ อย่างไรนั้นจงนึกตรึกไตร่ตรอง แม้นผู้ชายเลือกได้ก็หมายเลือก ดอกไม้เถือกหมู่เถาว์เหล่าหนึ่งสองเถือกสี่สามทรามวัยไร้ชายมอง จำจะต้องร้าวรานผ่านพ้นวัย หมู่ภมรดอมดมกลิ่นแล้วบินจาก ลิ้นลมปากพรหมจรรย์นั้นที่หมายรักกับหลงแบ่งครึ่งทางระหว่างใจ อันความใคร่ชายหญิงยิ่งโพยภัย สะดุดขวากหนามข้ามไปอย่าใจท้อ ขอเพียงก่อเกิดฝันอันยิ่งใหญ่ความรักความฝันจงก้าวฝ่าฟันไป กำลังใจรวมสติสัมปชัญญา มั่นแม้นสิ่งใดก็แบ่งใจไว้สักสอง คิดตรึกตรองให้ถ่องแท้แก้ปัญหาตัดสินใจก็ให้ใช้สติปัญญา กาลเวลามีบางครั้งชั่งทรมาน









