
>~ เมื่อรักหมายถึงห่วงใย ~>เคยมีใครถามคุณไหมว่า “ความรักคืออะไร?”>ผมคิดว่าวันนี้ผมมีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ>คำที่ใช้แทนคำว่า “ความรัก” ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า “ใส่ใจ”>หากคุณคิดที่จะบอกรัก หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน> ลองถามตัวเองดูว่า คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?>ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ>หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร> แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้ ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย >เพื่อเอาใจ?>นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ>ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง>หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง>เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก> ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น? นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ
>ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว>หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย >หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ>แต่คุณกลับไม่ชอบมัน คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป>ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย>หากคุณทะเลาะกับคนรัก แต่แล้ววันรุ่งขึ้น คนรักของคุณยังโทรมา>แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆวัน> ทั้งๆ ที่ยังไม่หายโกรธ? นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ>หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง>เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ.. นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ>คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง>หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆ>ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า “ถึงหรือยัง” “ปลอดภัยดีไหม” “เหนื่อยไหม”>หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน> มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้> และโทรมาบอกว่า “โชคดีนะ” “ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้”>หากคุณต้องขับรถคนเดียว มันจะ”รู้สึกดีเอามากๆ>ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า “ขับรถดีๆนะ”>หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย มันจะรู้สึกดีเอามากๆ>ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมากๆ>ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆด้าน>คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่>ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน>แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่>ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน>ความเกรงใจเป็นสิ่งดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน>คุณเห็นไหมล่ะว่า ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน เพียงแต่วันนี้>คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง









