ติดตาม » บิวตี้ » วิธีเลือกครีมกันแดด ประโยชน์ของครีมกันแดด ร้อนไม่ร้อนก็ต้องกันแดด

วิธีเลือกครีมกันแดด ประโยชน์ของครีมกันแดด ร้อนไม่ร้อนก็ต้องกันแดด

ความร้ายกาจของแสงแดด

ถึงจะเมฆลอยปกคลุมท้องฟ้าก็อย่าคิดว่าไร้แสงแดดและรังสี UV จนประมาทไม่ปกป้องผิวไว้ก่อนเพราะอันตรายจากรังสี UV นั้น มีตั้งแต่ผิวไหม้แสบร้อนแดงบวมหรือเรื้อรัง จนเป็นริ้วรอยเหี่ยวย่นเกิดกระผ้าจุดด่างดำและมะเร็งผิวหนัง ตัวช่วยดีๆ อย่างครีมหรือโลชั่นกันแดด จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ แต่ผลิตภัณฑ์พวกนี้มีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งเนื้อครีมเจลโลชั่นน้ำมันหรือสเปรย์ ก็เลือกให้เข้ากับสภาพผิวการใช้งาน รวมถึงเงินในกระเป๋า


เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดแบบไหนดี

ผลิตภัณฑ์กันแดดควรป้องกันผิวเราได้จากรังสี UVA และ UVB เพราะในแสงแดดมีรังสีทั้งสองเข้มข้น UVA เป็นรังสีที่ทำให้เซลล์ผิวเสียเป็นรอยเหี่ยวย่นแต่ยังไม่มีมาตรฐานกำหนดแน่ๆ แบบตายตัวจึงใช้สัญลักษณ์ PA และเครื่องหมาย + เป็นตัวบ่งบอกความสามารถในการปกป้องผิว

เราควรเลือกแบรนด์ที่มี PA++ ขึ้นไปส่วน UVB นั้นเป็นรังสีที่ทำให้เกิดอาการผิวไหม้แสบแดงจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี SPF15 ขึ้นไป (สาวไทยที่ผิวไม่ซีดขาวมากพอจะมีเม็ดสีเมลานินเป็นเกราะป้องกันรังสี UV อยู่บ้าง SPF15 ช่วยป้องกันเพียงพอแล้วแต่ถ้าเป็นสาวผิวขาวแพ้ง่ายอาจเลือกตั้งแต่ SPF30ขึ้นไปแต่ SPF สูงราคาก็ยิ่งสูงค่ะ!) เพราะการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีSPF สูงมากๆ บางครั้งก็มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอต้องดูส่วนผสมอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วยอย่างซิงก์ออกไซด์ไททาเนียมไดออกไซด์อโวเบนโซน เป็นต้น


ระดับ SPF เท่าไรช่วยปกป้องผิวได้นานแค่ไหน

SPF15: ป้องกันผิวไม่ให้แสบแดงได้นาน 75 นาที จนถึง 1 ชั่วโมง 15 นาที

SPF30: ป้องกันผิวไม่ให้แสบแดงได้นาน 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 30 นาที

SPF50: ป้องกันผิวไม่ให้แสบแดงได้นาน  250 นาที หรือ 4 ชั่วโมง 10 นาที

SPF60: ป้องกันผิวไม่ให้แสบแดงได้นาน 300 นาทีหรือ  5 ชั่วโมง


ผิวขาว ผิวคล้ำ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดค่าSPF เท่าไรดี

สาวผิวขาวอมชมพู แบบเอเชีย จะบอบบางมากแสบแดงง่าย ควรใช้ครีมที่มี SPF 30 - 45

สาวผิวขาวอมเหลือง แบบเอเชียผิวบอบบาง แต่ยังมีเมลานินอยู่บ้างสามารถทนแสงแดดได้พอสมควร ควรใช้ครีมที่มี SPF30

สาวผิวคล้ำ มีเมลานินสูงไม่ค่อยเกิดผิวไหม้หรือแสบแดง ใช้ครีมที่มี SPF1 ก็โอเค

ทามากแค่ไหนถึงได้ผล

ง่ายๆ เลยค่ะ ตามปกติจะต้องทาครีมกันแดดก่อนเจอแดดประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าไปออกแดดกลางแจ้งไปทะเลเล่นกีฬาก็ควรทาให้บ่อยขึ้น

ส่วนสาวออฟฟิศ อยู่ในห้องปรับอากาศควรทาซ้ำ อีกครั้งระหว่างวันก็พอ นอกจากนี้ปริมาณของครีมที่ใช้ทาบอกไปแล้วเหมือนจะเยอะเกินนั่นคือสำหรับผิว

หน้าและลำคอประมาณ 1 ช้อนชา ส่วนบริเวณแขนขาและตัวใช้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ


แค่ทาครีมกันแดดก็พอแล้วหรือ

ส่วนใหญ่สาวๆ มักจะทาครีมกันแดดก่อนออกนอกบ้านเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วเราอยู่ในบ้านทำงานบ้านก็ต้องกันแดดไว้ เพราะรังสี UV ไม่เข้าใครออกใครแทรกซึมทะลุเข้ามาได้ตลอดเวลา แม้จะปิดผ้าม่านแล้วก็ตามที

อีกอย่างครีมกันแดดไม่ช่วยแก้ผิวหมองคล้ำนะคะแต่ความหมองจะค่อยๆเลือนหายไปใน 3-7  วันเราจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อความขาวสดใสกันไงการใช้ครีมกันแดดควรใช้ ก่อนแต่งหน้า หลังการทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวยิ่งเลือกใช้เครื่องสำอาง เช่นแป้งลิปบาล์มที่มีสารกันแดดร่วมด้วยก็ยิ่งดี แต่ไม่ควรใช้เมกอัพพวกนี้โดยไม่ทาครีมกันแดดนะ เพราะการปกป้องอาจได้ผลไม่มากพอ


  • เลี่ยงการออกแดดช่วงเวลา 10.00-15.00 น. แต่ถ้าไม่สามารถให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงและทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง
  • ควรทาครีมกันแดดทั่วทั้งใบหน้าและลำตั วและถ้าต้องออกแดดนานๆ ควรเลือกลิปบาล์มที่ผสมสารกันแดดด้วย
  • ถ้าต้องเล่นกีฬาไปทะเลหรืออยู่กลางแจ้งนานๆ

    เหงื่อจะออกง่ายควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี SPF30

    ขึ้นไปและเป็นชนิดกันน้ำได้ (Water Proof หรือ Water Resistance)

  • ก่อนทาผลิตภัณฑ์กันแดดควรทดสอบการแพ้ก่อน

    โดยทาตรงบริเวณท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาทีหรือบางกรณีอาจจะต้องรอ 24-72

    ชั่วโมง  ถ้าเกิดผื่นแดงคันให้รีบล้างออกและหยุดใช้ทันที

  • นอกจากใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดแล้วสวมแว่นกันแดดและใส่หมวกช่วยอีกทาง
  • รับประทานอาหารที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์อย่างวิตามินเกลือแร่ผักและผลไม้ ช่วยลดความหมองคล้ำ